Archive

Archive for the ‘Ecology’ Category

พลาโคซัว สัตว์โลกไม่ถูกลืม

November 25th, 2009 อ.โจ้ No comments
พลาโคซัว

พลาโคซัว

สิ่งมีชีวิตจำนวนมากมีรูปร่างที่แปลกประหลาด น่าพิศวง และพลาโคซัวก็เป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตที่น่าสนใจไม่แพ้สัตว์ชนิดอื่นเลยทีเดียว

ภาพที่เห็นอยู่ทางด้านซ้ายนี้เป็นภาพวาดในขณะที่มันว่ายน้ำอยู่ในจานเพาะเชื้อในห้องปฏิบัติการ เพราะด้วยขนาดตัวที่เล็กขนาด 1 มิลลิเมตรในขณะที่หนาเพียง 20 ไมครอนนั้น เราคงไม่สามารถถ่ายภาพมันในธรรมชาติจริงๆได้

นักวิทยาศาสตร์บันทึกการค้นพบสัตว์ประหลาดชนิดนี้ ซึ่งมีเซลล์หนาเพียงสองชั้น ชั้นหนึ่งๆ มีเซลล์แค่ในหลักพันกว่าเซลล์ เซลล์ด้านบนบางส่วนมีเม็ดไขมันที่เรียกว่าทรงกลมวาววับ (shiny sphere) ซึ่งเดิมเคยชื่อว่าเป็นการสะสมอาหาร เพราะเมื่อให้มันกินอาหารอย่างอุดมสมบูรณ์แล้วพบว่าเจ้าทรงกลมวาววับนั้นมีจำนวนมากขึ้น แต่เมื่อนำไปให้สัตว์อื่นกิน กลับทำให้สัตว์อื่นตายได้ ทำให้คิดไปได้ว่ามันอาจจะมีพิษ และใช้ในการป้องกันตัวเอง โดยการมีลักษณะแวววาวช่วยโฆษณาว่าตัวมันมีสิ่งที่ผู้มาไม่ควรเข้าใกล้

ด้านล่างมีซีเลียใช้ในการเคลื่อนที่ไปบนพื้น ซึ่งสอดคล้องกับการดำรงชีวิตของมันที่นักชีววิทยาเชื่อว่าพวกมันเป็นพวกกินซากสารอินทรีย์อยู่ตามพื้นทะเล แต่การเก็บตัวอย่างพลาโคซัวในธรรมชาตินั้น โดยมากมักพบพวกมันบนแผ่นสไลด์ที่ห้อยไว้กลางน้ำ ในขณะที่แผ่นสไลด์ที่วางตามพื้นทะเลกลับเก็บตัวอย่างได้น้อยกว่า ทำให้นักวิจัยเชื่อว่าพลาโคซัวว่ายน้ำได้ โดยเมื่อดูภาพวาดทางด้านซ้ายมือ ซึ่งแสดงท่าทางขณะว่ายน้ำของมัน และสอดคล้องกับเซลล์ที่หดตัวได้ คล้ายกับเซลล์กล้ามเนื้อของสัตว์ที่ซับซ้อนกว่า ซึ่งอยู่ระหว่างเนื้อทั้งสองชั้นของมัน

นักอนุกรมวิธานและสัตววิทยาพบพลาโคซัวเพียงชนิดเดียวในโลก โดยมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Trichoplax adhaerens ซึ่งแปลว่าแผ่นมีขนและเหนียวๆ ซึ่งตัวมันก็มีลักษณะเช่นนั้นสมชื่อของมันแล้ว แต่ในอดีตพวกมันถูกจัดไปอยู่กับสัตว์ที่มีเนื้อสองชั้นเช่นพวกไนดาเรียน แต่การวิจัยโดยใช้สารพันธุกรรมกลับพบว่าพวกมันเป็นสัตว์กลุ่มแรกๆ ที่แตกต่างจากพวกไนดาเรียน และในที่สุดพวกมันก็ได้รับการจัดจำแนกให้เป็นไฟลัมใหม่ชื่อว่าไฟลัมพลาโคซัว (Phylum Placozoa) แต่ทั้งไฟลัมก็มีเพียงสปีชีส์เดียวเท่านั้นในขณะนี้

การสำรวจระบบนิเวศในทะเลตามที่ต่างๆ ทำให้นักวิทยาศาสตร์พบตัวอย่างของพลาโคซัวไปทั่วโลก โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งทะเลเขตอบอุ่นและบริเวณกึ่งเขตร้อน การวิเคราะห์ความหลากหลายทางพันธุกรรมแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของพลาโคซัวไปตามแหล่งที่พบ แต่ระดับของความแตกต่างทางพันธุกรรมที่ไม่สอดคล้องกับระยะทางระหว่างประชากร ทำให้นักวิทยาศาสตร์คิดว่าพวกมันคงถูกกระจายไปด้วยกิจกรรมของมนุษย์ เช่นติดไปกับเรือก็ได้เป็นต้น

หลายสิ่งหลายอย่างยังคงเป็นปริศนาสำหรับพลาโคซัว แต่อย่างน้อยในขณะนี้นักวิทยาศาสตร์ก็ให้ความสนใจมันมากขึ้น เพราะพวกมันคือกุญแจที่จะไขปริศนาวิวัฒนาการของสัตว์ได้นั่นเอง

Reference: Pearse VB, Voigt O. Field biology of placozoans (Trichoplax): distribution, diversity, biotic interactions. Integr Comp Biol. 2007 June;p. icm015+.

ความหลากหลายทางพันธุกรรมกับการเปลี่ยนแปลงแทนที่

October 5th, 2009 อ.โจ้ No comments
Q. glandulifera

Q. glandulifera

ถ้าต้องการศึกษาว่าพืชชนิดเดียวกันในป่าต่างประเภทกันจะมีความหลากหลายทางพันธุกรรมต่างกันหรือไม่นั้นจะต้องทำอย่างไร?

มีนักวิทยาศาสตร์จีนตีพิมพ์เป็นภาษาจีนแล้วก็มีการแปลมาเป็นงานวิจัยเป็นภาษาอังกฤษ ตีพิมพ์ในวรสารวิชาการของจีน ซึ่งทุกวันนี้มีจำนวนงานวิจัยตีพิมพ์ออกมามากหมายจากจีน แม้ว่าจะมีคนสงสัยในความน่าเชื่อถือของหลายอย่างจากจีน แต่ผลและวิธีการศึกษาในงานวิจัยนี้ก็น่าจะเป็นไปตามที่ทีมของพวกเขาได้ค้นพบ

คำถามที่พวกเขาสงสัยคือความหลากหลายทางพันธุกรรมของพืชในป่าที่อยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงแทนที่ต่างกันนั้น พืชที่เขาต้องการศึกษาจะมีความหลากหลายทางพันธุกรรมแตกต่างกันหรือไม่อย่างไร และมีความสัมพันธ์ระหว่างกันอย่างไร

ในทางทฤษฏีแล้ว เราสามารถทำนายได้ว่าการเปลี่ยนแปลงแทนที่ที่เกิดอย่างค่อยเป็นค่อยไปนั้น ประชากรพืชที่เกิดขึ้นอาจมาจากประชากรใกล้เคียงซึ่งมักอยู่ในลำดับของการเปลี่ยนแปลงแทนที่ที่เกิดขึ้นก่อน เมื่อทีมนักวิจัยจากจีนเก็บตัวอย่างพืช สกัดสารพันธุกรรม แล้วศึกษาด้วยตัวบ่งชี้ทางพันธุกรรมที่มีลำดับเบสอย่างสุ่มแล้วนำมาเพิ่มจำนวนชิ้นส่วนของดีเอ็นเอด้วยเทคนิคพีซีอาร์ จากนั้นทำการวิเคราะห์จำนวนและรูปแบบของแถบชิ้นส่วนดีเอ็นเอได้เกิดขึ้น

ผลการศึกษาพบว่าพืชชนิด Quercus glandulifera ที่ศึกษาจากป่าประเภทต่างๆ มีความแตกต่างกันของพันธุกรรม โดยป่าที่อยู่ระยะการเปลี่ยนแปลงแทนที่ในช่วงต้นมีความหลากหลายทางพันธุกรรมน้อยกว่าพืชที่มาจากประชากรจากป่าที่สมบูรณ์หรือเปลี่ยนแปลงแทนที่มายาวนานกว่า แสดงให้เห็นว่าสอดคล้องกับทฤษฎีที่ประชากรพืชจากป่าที่สมบูรณ์กว่าเป็นต้นกำเนิดของพืชที่แพร่กระจายไปยังพื้นที่อื่น ซึ่งต่อมาเปลี่ยนแปลงแทนที่ไปเป็นป่าผสมระหว่างไม้ผลัดใบกับป่าสน และป่าสนเป็นแหล่งสุดท้ายที่พบพืชชนิดนี้

ผมคาดว่าการศึกษาการปรับตัวของพืชในพื้นที่เขื่อนศรีนครินทร์ จังหวัดกาญจนบุรี ที่ทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยมหิดลกำลังดำเนินงานกันอยู่ อาจสามารถอธิบายได้ในลักษณะเดียวกันกับการศึกษาพืชชนิดนี้ในป่าสามประเภทในประเทศจีน

J. Li, Z. Jin, Q. Gu, W. Lou, Frontiers of Forestry in China 4, 96 (2009).

เพราะเหตุใดงูพิษไวเปอร์จึงออกลูกเป็นตัว

September 15th, 2009 อ.โจ้ No comments
งูไวเปอร์

งูไวเปอร์

นักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเยลย์ในอเมริการายงานผลการศึกษาในวรสาร Evolution ว่าเพราะเหตุใดงูพิษอย่างพวกไวเปอร์ (viper) จึงออกลูกเป็นตัว
เขากล่าวว่า การศึกษาเกี่ยวกับปรากฎการณ์แสดงการปรับตัวในรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในสัตว์พวกนี้ ซึ่งต้องวางไข่ (oviparity) เปลี่ยนมาเป็นพวกที่ออกลูกเป็นตัว (viviparity) ได้นั้น เป็นเรื่องที่น่าสนใจ และท้าทายความสามารถ

ผู้วิจัยเชื่อว่าการเปรียบเทียบเชื้อสายต่างๆ ของงูพิษไวเปอร์ ที่ออกลูกเป็นตัวเหมือนกันแม้ว่าจะไม่ได้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดทางเครือญาติกันมาก่อน น่าจะตอบคำถามเกี่ยวกับวิวัฒนาการได้ ว่าทำไมการออกลูกเป็นตัวถึงเกิดขึ้นในสัตว์เคยออกลูกเป็นไข่มาแต่เก่าก่อน

จากการเปรียบเทียบงูพิษไวเปอร์กว่า 13 เชื้อสาย ทำให้นักวิทยาศาสตร์พบว่าการออกลูกเป็นตัว ทำให้เกิดความได้เปรียบในการดำรงชีวิต และแพร่พันธุ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนปลายยุคโอลิโกซีน (Oligocene) ที่ภูมิอากาศโลกเย็นลง และมีหลักฐานแสดงการสูญพันธุ์ของงูที่ออกลูกเป็นไข่ ในขณะที่พวกออกลูกเป็นตัวกลับเพิ่มความหลากหลายขึ้น

ผู้วิจัยคิดว่าการออกลูกเป็นตัว ช่วยปกป้องลูกน้อยจากภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป และทำให้ลูกๆ ของมันมีโอกาศอยู่รอดมากขึ้นในมหายุคซีโนโซอิก (Cenozoic)

Evolution 63 (2009): 2457 – 2465

หมีขาวตัวเล็กลงเพราะความเครียด

September 2nd, 2009 อ.โจ้ No comments
หมีขาว

หมีขาว

การศึกษารายงานการศึกษาขนาดของหมีขาวขั้วโลกเปรียบเทียบกันระหว่างช่วงต้นของศตวรรษที่ 20 และช่วยปลายศตวรรษ พบการเปลี่ยนแปลงขนาดของกะโหลกที่เล็กลง จาก 2-9%โดยนักวิทยาศาสตร์พยายามเชื่อมโยงการที่หมีขาวตัวเล็กลงนี้กับความเครียดและมลภาวะ?

นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อมทำให้หมีเกิดความเครียดและต้องใช้ความพยายามมากขึ้นในการหาอาหาร ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการลดลงของน้ำแข็งในทะเล ที่ลดลงฉลี่ย 2.7% ต่อทศวรรษ ทำให้เวลาและทรัพยากรที่ใช้ในการเจริญเติบโตลดลง ทำให้มันตัวเล็กลง สารเคมีอินทรีย์บางชนิดอาจมีผลต่อความหนาแน่นของกระดูก ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุนได้ง่ายขึ้น?

นอกจากนี้ อาจมีเรื่องของพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่นอาจเกิดจากการลดลงของความหลากหลายทางพันธุกรรม อันเนื่องมาจากประชากรที่ลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากมลพิษ โดยสารเคมีบางประเภทอาจมีผลต่อความสามารถในการสืบพันธุ์ของตัวผู้ได้ ทำให้เกิดการจับคู่ผสมพันธุ์ระหว่างเครือญาติมากขึ้น?

Journal of Zoology

BBC News

ต้นไม้ประดิษฐ์กำจัดคาร์บอนไดออกไซด์

September 1st, 2009 อ.โจ้ No comments
ต้นไม้

ต้นไม้

ภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก เป็นปัญหาของคนทั้งโลก แต่การปฏิบัติเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกไม่ใช่เรื่องง่ายในโลกทุนนิยม หรือในภาวะที่คนจำนวนมากต้องดิ้นรนเพื่อมีชีวิตรอด วิศวกรจึงเสนอว่าหากสามารถสร้างต้นไม้ประดิษฐ์เข้ามาช่วยในการนำคาร์บอนไดออกไซด์จากบรรยากาศ อาจจะสามารถชะลอการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลกได้

จากไอเดียต่างๆ ที่นักวิทยาศาสตร์และวิศวกรมีนั้น จำนวนไม่น้อยอาจสร้างปัญหามากกว่าการแก้ไข บ้างก็ทำให้เกิดขึ้นจริงได้ยาก ยกตัวอย่างเช่นแนวคิดที่จะสะท้อนแสงอาทิตย์กลับไปเพราะคิดว่าแสงอาทิตย์ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน โดยทำให้อาคารและบ้านเรือนมีหลังคาที่มีสีขาวสะท้อนแสงกลับไปได้ หรือการใช้ต้นไม้ประดิษฐ์ลดคาร์บอนไดออกไซด์ เพราะสามารถทำให้เกิดขึ้นได้ และต้นไม้ประดิษฐ์ต้นแบบนั้นก็ใช้งานได้แล้ว โดยมีแนวคิดย่อยเช่นการใช้ตัวกรอง เช่นสารเคมีในการจับคาร์บอนไดออกไซด์ ในขณะที่อีกแนวคิดหนึ่งนั้น คิดที่จะสร้างต้นไม้เทียมที่ภายในบรรจุสาหร่ายสีเขียว เพื่อใช้การสังเคราะห์แสงโดยธรรมชาติของสาหร่ายในการจับคาร์บอนไดออกไซด์

อย่างไรก็ตามไอเดียต่างๆ เหล่านี้อาจทำได้แค่เพียงช่วยซื้อเวลา ชะลอการเกิดปัญหาในอนาคต เรายังต้องหาทางลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่างๆ สู่บรรยากาศให้ได้ และปฏิบัติให้เกิดเห็นผลจริง

BBC News

แมลงปอที่อพยพไกลที่สุดในโลก

August 19th, 2009 อ.โจ้ 1 comment
แมลงปอ

แมลงปอ

นักวิทยาศาสตร์รายงานผลการศึกษาการอพยพของแมลงปอ และพบว่ามันอาจเป็นแมลงที่อพยพย้านถิ่นฐานไกลที่สุดในโลก?

ผู้ศึกษารายงานผลการศึกษาใน Journal of Tropical Ecology โดยมีความสงสัยเริ่มมาจากการพบแมลงปอบนหมู่เกาะมัลดีฟที่ไม่มีใครรู้ว่ามันมาจากไหน และไปไหนต่อ อีกทั้งแหล่งน้ำจืดที่จะเป็นที่เจริญของตัวอ่อนของแมลงปอก็ไม่มี?

ผู้วิจัยทำการศึกษาเก็บรวบรวมข้อมูลจนกระทั่งพบว่าแมลงปอเหล่านี้ เช่น Globe skimmers (Pantala flavescens) เป็นหนึ่งในแมลงปอที่ร่วมเดินทางย้านถิ่นฐานข้ามโลกนี้ จากเอเซีย ข้ามทะเลไปมัลดีฟ แล้วข้ามมหาสมุทรไปแอฟริกา ซึ่งใช้เวลา 4 รุ่นของแมลงปอ

พวกมันทำได้อย่างไร และเพื่ออะไร?

นักวิทยาศาสตร์พบว่าแมลงปอพวกนี้ เดินทางไปกับกระแสลมมรสุม ซึ่งทำให้เกิดฝน และแหล่งน้ำจืดสำหรับพวกมันในการสืบพันธุ์

ในสมัยก่อน การพบฝูงแมลงปอบินออกสู่ทะเล ถูกคิดว่าเป็นฝูงที่บินออกไปตาย แต่ในความเป็นจริงแล้วเราเข้าใจชีวิตมันน้อยมาก และประเมินความสามารถในการบิน (หรือร่อนไปตามกระแสลม) ต่ำเกินไป

การเดินทางระยะไกลนี้ไม่ได้ปลอดภัยเสมอไป การค้นพบครั้งนี้ใช้อธิบายได้เพิ่มเติมเกี่ยวกับพฤติกรรมของนกขนาดกลางที่บินอยู่ที่ความสูงนับพันเมตร … มันเป็นนกที่กินแมลงแล้วที่ความสูงนั้นแมลงที่นกพวกนี้อาจหากินกันอยู่อาจเป็นแมลงปอที่อยู่ระหว่างการอพยพนี่เอง

นักวิจัยคาดว่าระยะทางที่พวกมันต้องอพยพรวมแล้วอาจไกลกว่า 14,000 กิโลเมตร… ทำลายสถิติที่ Monarch Butterfly ทำไว้จากเม็กซิโกไปตอนใต้ของแคนาดาที่ 7,000 กิโลเมตร ..โดยไม่มีที่ให้พักระหว่างบินอยู่เหนือทะเล

Source

แมงกระพรุนช่วยผสมน้ำทะเล

August 19th, 2009 อ.โจ้ 1 comment
แมงกะพรุน

แมงกะพรุน

นักวิทยาศาสตร์รายงานผลการศึกษาในวรสาร Nature เกี่ยวกับการช่วยผสมน้ำทะเลของแมงกระพรุน

การผสมกันของน้ำทะเล เช่นน้ำทะเลที่มีสารอาหารมาก กับสารอาหารน้อย อาจเกิดขึ้นจากแรงทางกายภาพเช่นแรงลมหรือคลื่นมากกว่าที่จะเกิดจากสิ่งมีชีวิต ที่เมื่อเทียบแล้วต้วเล็กนิดเดี่ยวอยู่ในทะเล

แนวคิดและข้อมูลที่ว่าสิ่งมีชีวิตที่ว่ายน้ำในทะเลหรือมหาสมุทรมีส่วนในการช่วยผสมน้ำทะเลด้วยนั้นถูกค้นพบกว่า 50 ปีมาแล้วโดยหลานของดาร์วิน

การเคลื่อนที่ของสัตว์ใหญ่น่าจะทำให้เกิดเหตุการดังกล่าวมากกว่าสัตว์เล็ก ดังนั้นการศึกษานี้ แสดงให้เห็นว่าสัตว์เล็กๆเช่นแมงกระพรุนก็มีส่วนช่วยในการผสมน้ำทะเลเช่นกัน

นักวิจัยใช้สีในการสังเกตผลของการเคลื่อนที่ของแมงกระพรุนที่เกิดขึ้นกับอนุภาคสี

นักวิทยาศาสตร์พบว่าการเคลื่อนที่ของแมงกระพรุนช่วยทำให้เกิดการผสมน้ำทะเลเข้าด้วยกันได้ โดยน้ำจะถูกพัดและหมุนวนอยู่กับตัวมัน เนื่องจากรูปร่างที่ทำให้เกิดแรงต้านทานกับน้ำมากกว่าสัตว์ที่ปรับตัวให้ว่ายน้ำได้เร็ว และลดแรงเสียดทานกับน้ำ
เมื่อแมงกระพรุนเคลื่อนที่จากน้ำลึก ซึ่งมีธาตุอาหารมากกว่า สู่ผิวน้ำที่มีธาตุอาหารน้อยกว่า พวกมันนำเอาสารอาหารเหล่านั้น ไปกับน้ำที่หมุนวนอยู่รอบตัวมันด้วย ทำให้แพลงก์ตอนบนผิวน้ำได้รับธาตุอาหาร

ผลของการเคลื่อนที่ของแมงกระพรุนหรือฝูงของมันสามารถทำให้เกิดการผสมของน้ำทะเลได้ แต่ที่ในในทะเลที่ผลแบบนี้จะมีให้เห็นเด่นชัดที่สุด ..นักวิทยาศาสตร์ยังต้องค้นหากันต่อไป
Source

พบ HIV สายพันธุ์ใหม่ในคนที่มาจากกอลิลา

August 19th, 2009 อ.โจ้ No comments
กอลิลา

กอลิลา

นักวิทยาศาสตร์รายงานการค้นพบ HIV สายพันธุ์ใหม่ในหญิงชาวคาเมรูน ว่ามีความสัมพันธ์คล้ายกับไวรัสที่พบในกอลิลา

รายงานการวิจัยในวรสาร Nature Medicine

โดยในเอปมีไวรัส SIV (Simian Immunodeficiency Virus) อยู่ การข้ามสปีชีส์น่าจะเกิดขึ้นจากการสัมผัสกับเชื้อผ่านเนื้อสัตว์ป่า

ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในฝรั่งเศสหลังเดินทางมาจากคาเมรูน ผลการศึกษาสายพันธุ์ของไวรัสแสดงให้เห็นว่าสารพันธุกรรมของมันคล้ายกับ SIV ที่พบในกอลิลามากว่าที่จะคล้ายกับ HIV ที่พบในคน

ประวัติที่ไม่เคยสัมผัสกับเนื้อสัตว์ป่าเช่นเนื้อกอลิลาทำให้นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าเธอได้รับไวรัสมาจากคนอื่นที่มีสายพันธุ์จากกอลิลาเช่นเดียวกัน และในอนาคตเราอาจจะพบผู้ป่วยที่มีไวรัสสายพันธุ์นี้มากขึ้น

การรักษายังเป็นไปได้ด้วยยาที่มีในปัจจุบัน

Source

Categories: Animals, Ecology, Human Tags: , ,

ดอกไม้ที่กลัวฝน

August 18th, 2009 อ.โจ้ No comments
ดอกที่คว่ำลงและกลีบดอกช่วยกันฝนให้เกสรตัวผู้

ดอกที่คว่ำลงและกลีบดอกช่วยกันฝนให้เกสรตัวผู้

นักวิทยาศาสตร์ศึกษาการตอบสนองของพืชดอกกว่าแปดสิบชนิดเพื่อดูผลของฝนต่อดอกของพืช โดยการศึกษานี้น่าจะช่วยตอบคำถามได้ว่าทำไมพืชถึงหุบกลีบดอกเวลาฝนตก หรือมีลักษณะที่คว่ำดอกลง

นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าลักษณะต่างๆของพืชตอบสนองต่อฝนเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำฝนชะล้างเอาระอองเรณูออกไป

พวกเขาศึกษาผลของฝนต่อการชะเอาระอองเรณูออกไป ศึกษาการคงสภาพมีชีวิตของระอองเรณูเมื่อต้องอยู่ในน้ำ

ผลการศึกษาแสดงว่าพืชจำนวนมากป้องกันไม่ให้ระอองเรณูที่อยู่กับเกสรตัวผู้ถูกชะล้างไปโดยน้ำฝน เช่นมีการหุบดอกของทิวลิป การมีดอกที่คว่ำลง การมีรูระบายน้ำของดอกหน้าวัว

แต่มีพืชดอกเกินครึ่งที่เขาสำรวจไม่ได้มีกลไกแบบนี้ แต่สิ่งที่พบคือระอองเรณูของพืชพวกนี้มีสารกันน้ำเคลือบอยู่ ซึ่งสอดคล้องกับการศึกษาอื่นก่อนหน้านี้ที่แสดงให้เห็นว่าพืชในเขตมรสุมมีระอองเรณูที่มีสารกันน้ำเคลือบอยู่ในสัดส่วนที่มากกว่าภูมิภาคอื่นๆ
Source

การสูญพันธุ์ทั้งวงศ์ตระกูล

August 18th, 2009 อ.โจ้ No comments
เสือโคร่ง

เสือโคร่ง

นักวิทยาศาสตร์รายงานผลการศึกษาถึงรูปแบบการสูญพันธุ์ของสิ่งมีชีวิตว่า การสูญพันธุ์มีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อกลุ่มสิ่งมีชีวิตที่ใกล้ชิดกันมากกว่าที่จะเกิดแบบอย่างสุ่ม

รายงานการศึกษานี้ได้รับการตีพิมพ์ในวรสาร Science?

ตัวอย่างเช่นการสูญพันธุ์ของนกทะเล จากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ การสูญเสียแหล่งที่อยู่ จะทำให้นกทะเลหลายชนิดที่เป็นสปีชีส์ใกล้เคียงกันสูญพันธุ์ไปด้วยกัน

หรือเปรียบเสมือนไฟไหม้ห้องสมุด ที่คงไม่ได้เกิดจากการไหนตรงนั้นตรงนี้ แต่มักทำให้เกิดความเสียหายกับหนังสือเป็นส่วนๆไป หนังสือในหมวดหมู่ใกล้ๆกันก็จะเสียหายไปด้วย

นักวิทยาศาสตร์สามารถนำความรู้นี้ไปใช้ในการอนุรักษ์กลุ่มของสปีชีส์ที่ใกล้เคียงกับสปีชีส์ที่พบว่ากำลังจะสูญพันธุ์ได้