ไดโนเสาร์ Archive

  • การ์ตูนเรื่อง “อัล ผจญภัยไดโนเสาร์เผือก” (Al the White Triceratops) เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นที่เขียนโดยจูโซ โทโกโร่ (Jyuzo Tokoro) แปลและตีพิมพ์จำหน่ายโดยสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ ตัวเอก — เป็นไดโนเสาร์พวกไตรเซอร์ราท็อปส์ ที่ลักษณะเผือก (albinism) เนื้อเรื่อง – ตัวเอกชื่อ “อัล” เป็นไดโนเสาร์เผือก มักถูกแกล้งและล้อจากเพื่อนไดโนเสาร์ด้วยกันเสมอ ถูกมองว่านอกคอก แต่ก็มีเพื่อนเป็นไดโนเสาร์รุ่นลุงที่ถูกตัวอื่นมองว่าแปลกแยกเช่นกันเพราะมีเขาอันเดียว แต่แล้วก็มีไดโนเสาร์กินเนื้อไทแรนนอซอรัสชื่อ “กาโอ” บุกเข้ามาฆ่าทำลายฝูงของอัล แต่อัลรอดมาได้เพราะได้เพื่อนแท้ต่างวัยช่วยเอาไว้ อัลจึงออกเดินทางเพื่อหาทางแก้แค้นแทนเพื่อนและกำจัดกาโอให้จงได้...

    อัล ไดโนเสาร์เผือกผจญภัย

    การ์ตูนเรื่อง “อัล ผจญภัยไดโนเสาร์เผือก” (Al the White Triceratops) เป็นการ์ตูนญี่ปุ่นที่เขียนโดยจูโซ โทโกโร่ (Jyuzo Tokoro) แปลและตีพิมพ์จำหน่ายโดยสำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ ตัวเอก — เป็นไดโนเสาร์พวกไตรเซอร์ราท็อปส์ ที่ลักษณะเผือก (albinism) เนื้อเรื่อง – ตัวเอกชื่อ “อัล” เป็นไดโนเสาร์เผือก มักถูกแกล้งและล้อจากเพื่อนไดโนเสาร์ด้วยกันเสมอ ถูกมองว่านอกคอก แต่ก็มีเพื่อนเป็นไดโนเสาร์รุ่นลุงที่ถูกตัวอื่นมองว่าแปลกแยกเช่นกันเพราะมีเขาอันเดียว แต่แล้วก็มีไดโนเสาร์กินเนื้อไทแรนนอซอรัสชื่อ “กาโอ” บุกเข้ามาฆ่าทำลายฝูงของอัล แต่อัลรอดมาได้เพราะได้เพื่อนแท้ต่างวัยช่วยเอาไว้ อัลจึงออกเดินทางเพื่อหาทางแก้แค้นแทนเพื่อนและกำจัดกาโอให้จงได้...

    Continue Reading...

  • รายงานในวรสาร Science แสดงให้เห็นว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบนบกวิวัฒนาการจากสัตว์ตัวเล็กๆ กลายเป็นสัตว์ขนาดยักษ์ในเวลาเพียง 25 ล้านปีหลังจากการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ที่ครองโลก จากการศึกษาพบว่าเพียงชั่วเวลาดังกล่าวหลังการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ (mass extinction) เมื่อ 65.5 ล้านปีที่แล้ว สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เดิมมีน้ำหลักเพียง 3 กรัมถึง 15 กิโลกรัมกลายเป็นสัตว์ที่หลากหลาย และมีบาชนิดอาจหนักถึง 17 ตัน ถ้าเทียบช้างแอฟริกาในปัจจุบันที่หนักประมาณ 1 ตันแล้ว สัตว์ยักษ์พวกนั้นหนักกว่าสัตว์บกที่ใหญ่ที่สุดในโลกในขณะนี้ถึง 17 เท่า เหตุที่มันไม่ได้ใหญ่โตไปกว่านั้นอาจจะเป็นเพราะเรื่องของอุณหภูมิและพื้นที่ที่มันอาศัยอยู่ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนิวเม็กซิโกชื่อเฟลิซา สมิธทำการพล็อตขนาดตัวของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกับเวลาทางธรณีวิทยาที่พบมัน การเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนและขนาดของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมไม่ใช่สิ่งที่ยังไงก็จะเกิดขึ้น...

    วิวัฒนาการของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมยักษ์

    รายงานในวรสาร Science แสดงให้เห็นว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมบนบกวิวัฒนาการจากสัตว์ตัวเล็กๆ กลายเป็นสัตว์ขนาดยักษ์ในเวลาเพียง 25 ล้านปีหลังจากการสูญพันธุ์ของไดโนเสาร์ที่ครองโลก จากการศึกษาพบว่าเพียงชั่วเวลาดังกล่าวหลังการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ (mass extinction) เมื่อ 65.5 ล้านปีที่แล้ว สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เดิมมีน้ำหลักเพียง 3 กรัมถึง 15 กิโลกรัมกลายเป็นสัตว์ที่หลากหลาย และมีบาชนิดอาจหนักถึง 17 ตัน ถ้าเทียบช้างแอฟริกาในปัจจุบันที่หนักประมาณ 1 ตันแล้ว สัตว์ยักษ์พวกนั้นหนักกว่าสัตว์บกที่ใหญ่ที่สุดในโลกในขณะนี้ถึง 17 เท่า เหตุที่มันไม่ได้ใหญ่โตไปกว่านั้นอาจจะเป็นเพราะเรื่องของอุณหภูมิและพื้นที่ที่มันอาศัยอยู่ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนิวเม็กซิโกชื่อเฟลิซา สมิธทำการพล็อตขนาดตัวของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมกับเวลาทางธรณีวิทยาที่พบมัน การเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนและขนาดของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมไม่ใช่สิ่งที่ยังไงก็จะเกิดขึ้น...

    Continue Reading...

  • เรามักจะทราบว่ายุครุ่งเรืองของไดโนเสาร์เริ่มต้นขึ้นในยุคไตรแอสซิค (Triassic) เกิดจากการวิวัฒนาการแบบแผ่กระจายไปมากมาย แต่ช่วงแรกๆ ในประวัติวิวัฒนาการนั้นเกิดขึ้นอย่างไรนั้นไม่เคยมีใครรู้ เหตุผลแรกเพราะซากดึกดำบรรพ์ (fossil) ของญาติสนิทกับไดโดเสาร์นั้นเป็นสิ่งที่หายาก แต่พอจะชี้ได้ว่าไดโนเสาร์เกิดขึ้นจากสายของพวกไดโนซอรอมอร์ฟา เมื่อ 242-244 ล้านปีก่อน การค้นพบรอยเท้าจากยุคไตรแอสซิคตอนต้นถึงกลางที่ประเทศโปแลนด์เปลี่ยนความคิดของนักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มให้เชื่อได้ว่าซากรอยเท้านี้ ซึ่งน่าจะมีอายุกว่า 249-251 ล้านปี เป็นหลักฐานที่เกิดขึ้นก่อนหลักฐานซากดึกดำบรรพ์ของไดโนเสาร์ 5-9 ล้านปี และที่น่าสนใจคือเป็นร่อยรอยแรกที่เกิดขึ้นหลังการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ (mass extinction) เมื่อ 252.3 ล้านปีที่แล้ว ที่ระยะเวลาที่พบร่องรอยของรอยเท้านี้แทบจะต่อเนื่องกับเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ที่สัตว์โลกสูญพันธุ์ไปจำนวนมาก แต่ดูเหมือนว่าเจ้าของรอยเท้านี้ น่าจะเป็นไดโนเสาร์ที่เกิดขึ้นมาเพื่อยึดครองระบบนิเวศที่ว่างอยู่หลังการสูญพันธุ์ของสัตว์อื่นๆ นักวิจัยคาดว่าไดโนเสาร์เจ้าของรอยเท้านี้ตัวเล็กๆพอๆกับแมวตัวนึงของยุคปัจจุบัน เดินสี่ขา...

    ย้อนรอยไดโนเสาร์

    เรามักจะทราบว่ายุครุ่งเรืองของไดโนเสาร์เริ่มต้นขึ้นในยุคไตรแอสซิค (Triassic) เกิดจากการวิวัฒนาการแบบแผ่กระจายไปมากมาย แต่ช่วงแรกๆ ในประวัติวิวัฒนาการนั้นเกิดขึ้นอย่างไรนั้นไม่เคยมีใครรู้ เหตุผลแรกเพราะซากดึกดำบรรพ์ (fossil) ของญาติสนิทกับไดโดเสาร์นั้นเป็นสิ่งที่หายาก แต่พอจะชี้ได้ว่าไดโนเสาร์เกิดขึ้นจากสายของพวกไดโนซอรอมอร์ฟา เมื่อ 242-244 ล้านปีก่อน การค้นพบรอยเท้าจากยุคไตรแอสซิคตอนต้นถึงกลางที่ประเทศโปแลนด์เปลี่ยนความคิดของนักวิทยาศาสตร์บางกลุ่มให้เชื่อได้ว่าซากรอยเท้านี้ ซึ่งน่าจะมีอายุกว่า 249-251 ล้านปี เป็นหลักฐานที่เกิดขึ้นก่อนหลักฐานซากดึกดำบรรพ์ของไดโนเสาร์ 5-9 ล้านปี และที่น่าสนใจคือเป็นร่อยรอยแรกที่เกิดขึ้นหลังการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ (mass extinction) เมื่อ 252.3 ล้านปีที่แล้ว ที่ระยะเวลาที่พบร่องรอยของรอยเท้านี้แทบจะต่อเนื่องกับเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดการสูญพันธุ์ครั้งใหญ่ที่สัตว์โลกสูญพันธุ์ไปจำนวนมาก แต่ดูเหมือนว่าเจ้าของรอยเท้านี้ น่าจะเป็นไดโนเสาร์ที่เกิดขึ้นมาเพื่อยึดครองระบบนิเวศที่ว่างอยู่หลังการสูญพันธุ์ของสัตว์อื่นๆ นักวิจัยคาดว่าไดโนเสาร์เจ้าของรอยเท้านี้ตัวเล็กๆพอๆกับแมวตัวนึงของยุคปัจจุบัน เดินสี่ขา...

    Continue Reading...